สวนฝัน

สวนฝัน

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ฉัน คือภาพลวงตา



ฉัน  คือ  ภาพลวงตา


รูปถ่ายนี้  มีไว้  เตือนใจว่า
วันข้างหน้า  ตาหู  ดูจะหาย
สมมุติว่าง  วางล้ม  จมใจกาย
ขันธ์ทั้งหลาย  ลับหล้า  หาไม่เจอ



                            รูปทั้งหมด  ยศตำแหน่ง  แหล่งกิเลศ
                            สังขารเศษ  ก้อนเศร้า  เงาเผยอ
                            สุขทุกข์ไหน  เวทนา  หาไม่เจอ
                            สติเผลอ  สัญญาไผล  ต้องไกลพลัน

                            มโนนึก  วิญญาณนับ  กับภาพนี้
                            ว่าดูดี  มีดาว  พราวพาฝัน
                            ส่วนมายา  มากระทบ  เดี๋ยวจบกัน
                            เบญจขันธ์  ดับข้าง  ต้องวางความ

                            สตูดิโอ  มาอัด  ภาพจนอิ่ม
                            ก็ลองลิม  ชิมลวง  แค่ควงหนาม
                            หัวโขนคลุม  ข้างแคร่  แน่กลกาม
                            ทั้งรูปนาม  อยู่ไหน  ไม่เห็นมี



       เก่งจัง                                                                                                                                   
                                              ได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมจึงนำสุข
                              ไม่เคล้าคลุกคลื่นกิเลสเหตุเสื่อมศรี
                              ไม่หลงคิดติดตำแหน่งแห่งโลกีย์
                              ก้อจะมีมรรคผลหนทางไป

                              อันยศถาบรรดาศักดิ์มักไม่เที่ยง
                              มันเป็นเพียงสมมุติสัจสะพัดไหว
                              เมื่อเกิดขึ้นเหมือนตั้งอยู่ครู่แล้วไป
                              มิมีใครคล้องยุดหยุดได้เลย

                              เมื่อมันมีสักแต่มีไม่ลุ่มหลง
                              เลิกพะวงว้าวุ่นเถอะคุณเอ๋ย
                              อยู่กับมันรู้ทันไว้ว่าได้เคย
                              ชื่นชมเชยชั่วครั้งคราแล้วลากัน

                              สรรพสิ่งสรรค์บรรดาที่มีอยู่นั้น
                              ล้วนผูกพันพระไตรยลักษณ์ยากจักผัน
                              หากยึดติดจิตจะวุ่นทุกวี่วัน
                              เมื่อรู้ทันก็ไม่ท้นมลทินใจ

                                     ชื่นชมครับที่รู้เท่าทัน

                         
 



วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เยี่ยมไข้




ขอบคุณที่มาเยี่ยมไข้

ดอกไม้มวลถ้วนทุกก้านบานเต็มกิ่ง
ยามยลยิ่งเย้ายวนใยในกลิ่นหอม
ดังฟากฟ้าดารารายพรายพะยอม
แสงเดือนล้อมรอบโลกหล้าให้น่ายล

แสงเดือนดุจดังแสงในใจมนุษย์
                             ผ่องพิสทธิ์ใสสะพรั่งดั่งเม็ดฝน
                             พลังเหลือลึกล้ำน้ำใจคน
                             เหมือนมีมนต์มุ่งมั่นมาเป็นยาใจ

                                         กฤษณา เวช.
                             



เพียงฟื้นไข้หายโรคสร่างโศกเศร้า
ทุกค่ำเช้าชื่นชูดูสดใส
ไม่อ่อนเปลี้ยเพลียร่างก้าวย่างไป
ถึงห่วงใยก็ไม่ยุดให้หยุดงาน        
                                                             
            





คิดจะคว้าลดาดาวน้าวมากอด
ให้เป็นยอดกำลังใจที่ไ-หวหวาน
ขอแอบอุ่นคราวไข้ได้ชื่นบาน
วอนดาวสานส่งสื่อ...เอื้อมมือดึง

มานะดาวคราวไข้ไร้คนข้าง
กอดดาวพร่างอย่าร้างไร้ให้คิดถึง
ขอแนบแสงสว่างใสใจรำพึง
มีเพียงหนึ่ง,  เธอเท่านั้นผูกพันใจ

รัตติกาลใกล้นิทราก่อนลาจาก
ใคร่ฝังฝากสุคนธรสขาว-สด-ใส
จรุงจิตสะกิดเตือนอย่าเลือนไป
แม้หลับไหลก็ไม่ลืมปลื้มเยาวมาลย์




กฤษณา  เวช.



มะลิขาวคู่เคียงคะนึงฝัน
พ่วงสัมพันธ์มิตรภาพทราบคำขาน
ผูกไมตรีต่อกันนิรันดร์กาล
ในสวนศานติ์สุขสมชื่นชมกัน

เวลาล่วงเลยลึกเริ่มดึกแล้ว
หรีดหริ่งแว่วแจ้วเจรียงเสียงชวนฝัน
พ่างพี่พร้อมกล่อมโศภิตนิทราพลัน
ยินไหมนั่นน้ำเสียงพี่ที่คร่ำครวญ

หลับเถิดหนายาใจในคืนค่ำ
เลิกตรากตรำตนตระหนักพักสงวน
สุขภาพเพื่อให้แกร่งกล้าแข็งควร
แก่การล้วนรอคอยอยู่สู้ต่อไป

จากคนที่ห่วงใยเธอ
รุจิเรข  อภิรมย์
สวนฝันวรรณศิลป์ ยะลา





วันใหม่








อาการไข้คงดีมากขึ้นแล้วใช่ไหม ?    
ยังเจ็บคออยู่อีกหรือเปล่า ?






อาการดีขึ้นมาก  เหลือไอ

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทัศนานิเวศ




ทัศนานิเวศ

ฝนโปรยปรายหลั่งซ้ำ..........หลายฝน
นองเจิ่งเป็นสายชล..............ท่วมท้น
ปลาสะดุ้งวิ่งเวียนวน.............ผลุบโผล่
บัวเผื่อนชวนจดจ้อง.............ไขว่คว้านุงนัง



                                      แสงสุรีย์ส่องต้อง..................ธารา
                                      สาหร่ายเต็มลานตา..............แผ่พลิ้ว
                                      งามดุจดวงดารา...................ผุดผาด
                                      ลมชื่นโชยรื่นริ้ว....................ทุ่งน้ำชมเพลิน




หนู  วิเศษสุข





วิหคเหิรห่วงฟ้า.......ฟากไกล
เมฆมุ่งเหมือนมีไร...ใคร่รู้
สุริยาอ่าอำไพ.........พิศเพ่ง...พินิจนา
นกคู่คิดแผกผู้.........เพื่อนพ้องพาเพลิน    

สวยเกินสกัดกั้น.....ไกลตา
มิว่าใครฝันหา........ห่อนเว้น
เชยชมชื่นทัศนา....นานเนิ่น...แล้วนา
                                                          มิเบื่อมิหลบเร้น......ล่วงรู้ระเริงใจ



                 



วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ธรรมชาติชูใจ




น้ำตกไต่ผาพาฝัน

ภาพน้ำตกไต่ผาพาถวิล
สายธารรินหลั่นลดงดงามยิ่ง
ขาวของชลเขียวของป่ามาอ้อนอิง
สุขใจจริงจนมิอาจวาดจินตนา







๐  ภาพน้ำตกไต่ผาพาเคลิ้มจิต
ส่งใจคิดคะนึงหวนคร่ำครวญหา
ใครคนหนึ่งซึ่งรักมากอยากชวนมา
ทัศนาน้ำตกนี้ชี้ชมกัน

๐  สายน้ำผ่านบนลานหินถวิลหา
คนเคยพามาพร่ำพลอดอ้อนออดนั่น
เสียงสายน้ำคอยย้ำความคล้ายถามพลัน
ว่าเธอนั้น...อยู่ที่ไหน ?  ไยมิเยือน ?


๐  หากมีน้องนั่งมองด้วยอวยสุขยิ่ง
คราน้องหญิงคอยแนบข้างช่างเสมือน
มีไออุ่นมาอาบอบยากลบเลือน
น้ำตกเตือนให้ตระหนักในรักเรา

๐  เมื่อน้องไกลใจพี่เพ้อละเมอหา

เหมือนธาราที่ไหลหลากมากความเหงา
สายลมครวญล้วนอึมครึมชวนซึมเซา
แม้นกเขายังคูขานเรียกกานดา

๐  สดับถ้อยที่ร้อยรจน์พจน์เพรียกนี้
อย่ารอรีรีบต่อกลอนออดอ้อนหา
ดำผุดว่ายแหล่งลายลักษณ์อักษรา
เหมือนเรามาเล่นน้ำตกถกถ้อยคำ

  • รุจิเรข อภิรมย์
    สวนฝันวรรณศิลป์ ยะลา
    ๐๕/๐๘/๒๕๕๙
    ๐๙.๒๒ น.




วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะ คือ ธรรมชาติ





 ภาพเหงา               

ภาพแห่งความเหงาเศร้าที่ร้าวรวด                   
ยังซ่อนความเจ็บปวดจนล้นปรี่
แม้ผ่านผันวันวานมานานปี
เศร้าฤดีตรอมตรมจมภวังค์

ห้วงแห่งฝันวันก่อนพอย้อนคิด
ฉากถูกปิดไว้นานแต่กาลหลัง
น้ำตาหลั่งไหลหล่อพอประทัง
แต่ก็ยังไม่วายคลายระทม

สะอึกสะอื้นกลืนกล้ำน้ำตาไหล
รดท่วมใจไร้จุดยืนจนขื่นขม
ช่อมาลีร่วงกระจายตามสายลม
ฉันยืนข่มใจขืนฝืนมิมอง

สุ.ป.กวี



มาลีร่วงหล่นเช่นมองเห็นอยู่
บอกให้รู้พระไตรยลักษณ์ประจักษ์ผอง
เพียงมิผ่านเพ่งพินิจคิดไตร่ตรอง
ก็จะต้องมองเห็นซึ้งถึงกฏธรรม

ไม่ยึดมั่นพันธะใดให้ปวดเจ็บ
ไม่อยากเก็บการณ์เก่ากลัวถลำ
ไม่ยึดติดจนจิตส่ายมิคลายกรรม
                                     จึงคอยย้ำคำพบ-พรากยากแยกกัน

                                           รุจิเรข  อภิรมย์
                                     สวนฝันวรรณศิลป์  ยะลา
                                             ๙/๘/๒๕๕๙
                                              ๒๑.๔๐ น.







รำพึงพระไตรยลักษณ์

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สมมุติมา สมุติไป คล้ายความฝัน
ชีวิตว่าย เวียนอยู่ รู้เท่าทัน
แต่ละวัน ผ่านวน หนทางว้ย

มนุษย์เรา ดำเนินหน้า  ฝ่าเกลียวคลื่น
ต่างหยัดยืน ยึดเรือ เมื่อลมใกล้
สู้กระแส สาดซ่า ค่าปลอดภัย
เดียวก็เจอ คลื่นใหม่ ในชีวิต

ดังลอยคลอ หนอทุกคน บนโลกหล้า
คลื่นก็พา เพลินเล่น เป็นลิขิต
เวลาผ่าน นานเผลอ เออเหลือนิด
ไม่รู้ทิศ ทางไหน หลงในเล


วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ฟ้า กับ ต้นไม้





                                          สายฝน

       ดึกสงัด  ลมพัดพา  มาหน้าเฟซ
     วันที่เจ็ด  เดือนสิงหาฯ  ฟ้าฝนไหล
     ต้นไม้ช่อ  ลออชื่น  ยืนดีใจ
     ยิ้มกันใหญ่  เพื่อให้ฟ้า  รู้ว่าคอย

     เป็นต้นไม้  ก็มีฝัน  ขอปันน้ำ
     คนทุกนาม  ก็ขอรัก  สลักถ้อย
     ดาวทุกดวง  ขอควงฟ้า  พาล่องลอย
     น้องก็คอย  คำที่ฝัน  ทุกวันไป






ฟ้าไม่เคยเปลี่ยน


๐  ฟ้ารับรู้  เรื่องต้นไม้  อยากได้ฝน
แต่จำนน  ในธรรมชาติ  ขาดธารใส
ด้วยผู้คน  โค่นต้นไม้  ไร้เยื่อไย
จนฟ้าไม่  มีฝนมอบ  ปลอบใจกัน

๐  ขอโทษหนา  ถ้าฝนน้อย  คอยช้าบ้าง
อาจอ้างว้าง  วุ่นใจนิด  คิดโศกศัลย์
หรือยามคอย  อาจน้อยใจ  ในบางวัน
มองฟ้านั้น  ไร้น้ำใจ  ไม่ปราณี

                                    ๐  รู้เถิดว่า  ฟ้าคอยมอง  ผองพันธ์พฤกษ์
                                    จารจารึก  จากห้วงใจ  ไม่หน่ายหนี
                                    อยากโปรยปราย  สายฝนฉ่ำ  ค้ำชีวี
                                    เพื่อน้องนี้  มิต้องคอย  จนน้อยใจ



รุจิเรข  อภิรมย์
สวนฝันวรรณศิลป์  ยะลา
๐๗/๐๘/๒๕๕๙
๒๓.๐๔ น.