สวนฝัน

สวนฝัน

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รุจ-บุศราคำ

 

อนุสรณ์แสงดาว

วิบวับดาว พราวฟ้า จ้าเวหน
เมฆลอยวน เวียนต่ำ ดื่มด่ำแสน
ทะเลกล้า ว้าเหว่ เสน่ห์แดน
เรือกลับแล่น เริงร่า ท้าคลื่นลม
ค่ำคืนนี้ มีรัก จักใฝ่ฝัน
ครวญรำพัน เพ้อไป ใจสุขสม
ขอเพียงเรา เฝ้าผูก ปลูกชวนชม
คงได้ดม ดอมชิด ตอนนิทรา
แน่ะดาวตก กกก่าย คลายสะดุ้ง
ลุกจากมุ้ง มองไป ในเวหา
ราวกระดาษ กลาดเกลื่อน พุ่งเคลื่อนมา
ร่วงจากฟ้า ฝ่าหมอก หยอกชาวดิน



๐  ดาวที่ตก ต่ำลง ตรงหน้านั้น

คือเทวัญ  ว่ายวน  ก่นถวิล

ด้วยแรงฤทธิ์  พิสมัย  ยุพาพิน

จึงได้ดิ้น  รนหา  แม้ราตรี 

๐  แม้มิอาจ เอื้อมยื้อ ยึดถือได้

แต่ก้อใช่  ร้างรา  เบือนหน้าหนี

คอยสอดส่อง  มองหม่น  เพียงคนดี

ดั่งคืนนี้  ที่สำแดง  แฝงเลศนัย

๐  หาใช่หยอก หลอกเล่น เช่นที่คิด

เพียงนิมิต  ปริศนา  มาให้ไข

โดยมิต้อง  หลับฝัน  จงมั่นใจ

ยังมีใคร คนนั้น หมั่นมาเยือน

จาก ... รุจิเรข  อภิรมย์
๑๒/๐๕/๒๕๖๔











วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

 




          หนังสือ...นอกไหว  ในนิ่ง... เขียนโดย อาจารย์ ชาตรี  สำราญ(ครูรางวัลคุณากร ปี พ.ศ. ๒๕๕๘)  จัดพิมพ์โดย สำนักพัฒนาคุณภาพครู  นักศึกษาครู  และ สถานศึกษา  กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)
          อาจารย์ กฤษณพงศ์  กีรติกร  ประธานคณะกรรมการ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และ ที่ปรึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  กรุณาเขียนคำนิยมไว้ตอนหนึ่งว่า ... เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของครูนอกตำรา ที่สอนเราเสมอว่า ความเป็นครูนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว  เพราะครูไม่ใช่แค่สอนหนังสือ แต่ต้องสอนการใช้ชีวิตของคนที่อยู่บนโลกของความเป็นจริง ...
          ...หนังสือ "นอกไหว ในนิ่ง" เล่มนี้จึงมีนัยของชีวิตคน ที่ครูชาตรีถ่ายทอด ร้อยเรียงออกมาเป็นคำง่าย ๆ อ่านแล้วสะท้อนความคิดของตนเองจนลืมสังขารที่ท้อถอย เพราะทุกคำล้วนแฝงไปด้วยข้อคิด ธรรมะของคนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ กับเพื่อนมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนหมดลมหายใจ ...

          หรือจะเป็น ดร.เบญจลักษณ์  น้ำฟ้า  ที่กรุณาเขียนคำนิยมไว้ว่า ... อ่านบทกวีของท่านอาจารย์ ชาตรี  สำราญ  "นอกไหว ในนิ่ง" ด้วยความพิถีพิถัน  อาจารย์เป็นผู้มีความเป็นเลิศในการใช้ภาษาที่เรียบ ง่าย ลึกซึ้ง  อาจารย์พาเราเดินทางด้วยการคิดตาม วิเคราะห์ตาม จินตนาการตาม  ท้ายที่สุดเมื่ออ่านจบ  ได้รู้สึกถึงความเป็นองค์รวมของความคงอยู่อย่างมีเหตุผล และมีแรงบันดาลใจ  รู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักและเป็นศิษย์ของอาจารย์
           นอกจากนั้น  ดร.จักรพรรดิ  วะทา  ยังได้กรุณาเล่าให้ฟังอีกว่า ... ผม( ดร.จักรพรรดิ  วะทา)รู้จักและคุ้นเคยกับครูชาตรี  สำราญ มาเป็นเวลานาน  โดยได้รู้จักผ่านงานเขียนและผลงานของครูชาตรีเป็นลำดับแรก  ต่อมา ก็ได้พบปะพูดคุยและทำงานร่วมกัน  ครูชาตรีเป็นนักคิด นักปฏิบัติ และนักเขียน  กล่าวคือ  คิดสร้างสรรค์ในงาน  เมื่อคิดได้แล้วก็นำไปปฏิบัติ  เมื่อปฏิบัติเห็นผลดีแล้วก็นำมาเขียนเผยแพร่ขยายผลไปยังเพื่อนครูอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นงานเกี่ยวกับการศึกษาและบทบาทหน้าที่ของครูนั่นเอง  แต่หนังสือ  "นอกไหว ในนิ่ง" ที่ครูชาตรี  สำราญ เขียนขึ้นครั้งนี้สร้างความแปลกใจและความทึ่งให้กับผมเป็อย่างมาก  เนื่องจาก   "นอกไหว ในนิ่ง"  มีความแปลกใหม่ทั้งรูปแบบการเขียนและเนื้อหาสาระที่เต็มไปด้วยความสวยงามเรียบง่ายของภาษาและนัยที่เป็นนัยยะแห่งชีวิต
          การเล่าเรื่องจิตของครูชาตรีครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากจิตมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถเดินทางไปทุกที่ได้อย่างรวดเร็วและอาจจะกลับได้ช้าสำหรับผู้ฝึกการควบคุมจิตไม่ดีพอ การเดินทางของจิตที่ครูชาตรีนำมาเล่าในหนังสือ  "นอกไหว ในนิ่ง"  นี้ มีทั้งความงดงาม ความฟุ้งซ่าน คึกคะนอง และตื่นรู้ในแต่ละเสี้ยวชีวิต ตามการปรุงแต่งของจิต  อาจกล่าวได้ว่า "จิตไปก็คือฝัน จิตกลับก็คือดับฝัน" นั่นเอง ... ฯลฯ  ขอขอบคุณครูชาตรี  สำราญ เป็นอย่างสูงที่ช่วยเตือนให้จิตของผมเดินทางอย่างมีสติ เป็น กรอบที่ดีและยังความไม่ประมาท...

          นี่คือ เหตุผลที่ผม(รุจิเรข อภิรมย์) นำเอาชื่อของหนังสือเล่มนี้มาเป็นประเด็นให้เพื่อน ๆ ได้ช่วยกันบอกว่า ... ท่านมองเห็นอะไรจากชื่อหนังสือเล่มนี้บ้าง ? ... 


มีเพื่อน ๆ บางท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็น  ดังนี้ :-







วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

ฝากหมอน


...ลองฟังเพลงและอ่านกลอนกันนะครับ

คำร้อง สวัสดิ์ ธงศรีเจริญ ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน นักร้องต้นฉบับ บุษยา รังสี

ปลื้ม

                        ...หากอ่านจากภาพแล้วไม่ชัดเจน ให้อ่านที่นี่นะครับ
                        ๐ เพียงหนุนหมอน นอนฟังเพลง บรรเลงรื่น
                        แสนสดชื่น ชุ่มหัวใจ หาใดเหมือน
                        หมอนก็นุ่ม ยามแนบแก้ม เกลือกกลิ่นเตือน
                        ว่าอย่าเลือน ลืมเจ้าของ ให้หมองตรม
                        ๐ น้ำหอมอบ ฤากลบกลิ่น แก้มกลอยพี่
                        ร่องรอยนี้ มีความหมาย หลายสิ่งสม
                        เสมือนแก้ม เสมือนตัก พี่มักชม
                        คอยดอมดม ฉมโฉมเจ้า เคล้าคลอเคลีย

จาก พี่... รุจิเรข  อภิรมย์
สวนฝันวรรณศิลป์ ยะลา



...คุณอิงดาว พราวฟ้า เธออ่านกลอนข้างต้นแล้วเขียนเป็นกลอน ชื่อ...ใครคนหนึ่ง...ซึ่งมีเนื้อความต่อจากงานกลอน ชื่อ...ฝากหมอน...ของผมไว้อย่างนี้ครับ
❀...ใครคนหนึ่ง....❀
                                        ใครคนหนึ่ง...ตรึงทรวงเคียงห้วงฝัน
                                        รักมอบมั่นเพิ่มพูนมิสูญเสีย
                                        รักอิงแอบแนบรั้งมิพลั้งเพลีย
                                        มั่นคงดุจดั่งเจีย...เพชรน้ำงาม..
                                                ใครคนหนึ่ง...รักแท้  มิแปรเปลี่ยน
                                                แม้คืนเวียน วันผ่าน พลันไถ่ถาม
                                                รักเคยมอบตอบไว้ในทุกยาม
                                                คงคู่ความเคียงข้าง..มิห่างทรวง..
                                          ใครคนหนึ่ง...ดั่งเพลงบรรเลงหวาน
                                          ซึ้งซาบซ่านซ้ำคีย์ที่ห่วงหวง
                                           เพลงรักหวานปานผึ้งรำพึงปวง
                                           หอมเอยหอมเลยล่วง...ตรงดวงแด..
                                                  ใครคนหนึ่ง...ดั่งน้ำชุ่มฉ่ำนัก
                                            แจ้งประจักษ์จิตแล้วว่าแน่วแน่
                                            ใครคนนั้นมั่นอยู่คอยดูแล
                                            คือรักแท้...ตรงนี้...ที่นิรันดร์...
                                        •❧ღ❦.. อิงดาว พราวฟ้า.. ❦ღ❧

                    

...ผมเลยเขียนต่อกลอนของเธอ เพื่อให้สมบูรณ์ ดังนี้ครับ

...สุดซึ้งใจ...

๐  จากหมอนหนุนอุ่นใจที่ได้รับ
พี่ประทับแก้มแนบแอบนอนฝัน
กลิ่นแก้มน้องรองรับทับถึงกัน
คอยผูกพันพี่ไว้มิให้เลือน

๐  ยามเกลือกหน้ากับหมอนที่นอนหนุน
หอมละมุนอุ่นอิ่ม ลิ้มรสเหมือน
มีเจ้าอยู่คู่เคียงเยี่ยงยามเยือน
มิคลายเคลื่อนคลาดคลาสุดาดวง

๐  เพลงก็พลอยคอยเตือน ไม่เลือนลับ
คงสดับดื่มด่ำคำห่วงหวง
แสนซึ้งซาบอาบอิ่มปริ่มในทรวง
ไม่อยากล่วงลืมค่ำพร่ำอ้อนอิง

๐  หมอนที่ถักปักภาพเธอกราบพี่
มันเหมือนมีมนต์มัดใจไว้กับหญิง
ถึงนานเนิ่นเกินอสงไขยก็ไม่ทิ้ง
จะรักยิ่งสิ่งใดในปฐพี

๐  นี่ก็คือคำมั่นสัญญารัก
ที่พี่ถักทอไว้ให้มารศรี
และขอบคุณยามหนุนหมอนตอนราตรี
สุดซึ้งที่ ... เหมือนมีน้องคล้องคลอใจ

**********************
จาก...พี่ รุจิเรข อภิรมย์
สวนฝันวรรณศิลป์ ยะลา





ความคิดเห็นของเพื่อน
  • โอ๊ะ โหย่ย!!! กลอนหว๊าน หวาน อ่านแล้วหว๊าม หวาม เข้าไปในหัวใจจื๊ดเลยค่ะ โอ๊ยๆๆๆชอบๆๆ รวมทั้งบทเพลงด้วยค่ะ ....ขอบอก
...ปลื้มสุดปลื้มครับ เพียงได้รับทราบคำชมจากครูต้อย ขอบคุณที่กรุณาให้กำลังใจ ดีใจ...ที่ทราบว่าคนอ่าน อ่านแล้วอินไปกับบทกลอนและเสียงเพลงที่ผมกับคุณอิงดาวนำเสนอ