สวนฝัน

สวนฝัน

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ใจรัก

ใจรัก;



ใจรัก
เพลงใจรัก ภักดิ์มั่น นั้นมอบพี่ 
ฟังดนตรี ต้องจิต คิดไหวหวาม 
เสียงจากใจ ให้หวน ชวนติดตาม 
ทุกโมงยาม ยังรอ มิท้อเลย 

แม้ตัวไกล ไปห่าง อยู่ต่างทิศ 
ขอมีสิทธ์ ส่งเสียง เคียงเขนย 
ผ่านวีซิง อิงแอบ แนบชิดเชย 
กอดก่ายเกย กันหน่อย แล้วค่อยนอน
บุศราคำ กุหลาบขาว
สุดซึ้ง
  
ฟังเสียงครวญชวนให้เคลิ้มเพิ่มรอยฝัน 
ผูกสัมพันธ์มุ่งมั่นเพียงเสียงสมร 
เนื้อเพลงพร่ำเป็นคำมั่นนิรันดร 
สุดอาวรณ์เพราะอ่อนไหวในเสียงเธอ  

ยิ่งยามย้ำถึงคำรักถักใจมั่น 
มิมีวันจะหันห่างหรือวางเผลอ 
ฟังแล้วซึ้งคิดถึงมากจึงอยากเจอ 
อย่าให้เก้อถึงเพ้อพร่ำร่ำหาเลย
รุจิเรข อภิรมย์
สวนฝันวรรณศิลป์ ยะลา




วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ราตรีที่รัก

ราตรีที่รัก



อรุณสวัสดิ์ค่ะ

ส่งคำทัก ถึงเธอ มิเจอหน้า
ส่งภาษา อักษร เป็นกลอนหวาน
ส่งไมตรี นี้ฝาก จากดวงมาน
หากรำคาญ บอกนะ ... จะลาไกล












ยินคำทัก ของเธอ ยังเพ้อหา
อักษรา เล่าหวาน พานหลงใหล
ยิ่งไมตรี ที่ฝาก มาจากใจ
สุดซึ้งใน ทรวงนัก เพิ่มรักครัน




ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ฝากดวงเดือน เตือนย้ำ คำเคยให้
 เอ่ยจากใจ จริงแท้ ไม่แปรผัน
แม้เวลา ผ่านไป สายสัมพันธ์
ขอคงมั่น ไมตรี อย่ามีจาง


ยึดจันทร์เพ็ญ เป็นคำมั่น สัญญาไว้
นานเพียงใด ไม่เคยอิง เรื่องทิ้งขว้าง
รักเราเหมือน ที่เดือนรัก ภักดิ์นภางค์
ไร้วันร้าง แม้ห่างกัน ในวันแรม













วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562

สาวเมืองเลย พี่ไม่เคยลืม



สาวเลยยังรอ


 



สาวเมืองเลย พี่ไม่เคยลืม

                   ๐ ดีใจมาก จากน้ำคำ เธอย้ำเศร้า          ว่ายังเฝ้า ใฝ่ร่ำหา น้ำตาไหล
                   ยังคงคอย ริมขอบฟ้า อ่าอำไพ                   แต่รู้ไหม ใครสะอื้น ทุกคืนวัน
                   ๐ จากยะลา มาไกลซึ้ง ถึงฝั่งโขง              ทุกทุ่มโมง เฝ้ามองหา คนตาฝัน
                   อยากพบหน้า สุดาดวง ด้วยห่วงกัน         แต่เธอนั้น เหมือนหน่ายแหนง แกล้งหนีไป
                  ๐ ปล่อยคนไกล ให้คอยเก้อ ละเมอหา      อยากพบหน้า นวลละออง น้องอยู่ไหน
                  เช้ายันค่ำ ย่ำค้นหา ยอดยาใจ                     หนแห่งใด ไปลุยสิ้น ถิ่นผูกพัน
                  ๐ ริมฝั่งโขง เลียบโค้งคุ้ง ยามรุ่งสาง          มวลหมอกจาง กระจายเกลื่อน เหมือนม่านฝัน
                  ดอกอ้อขาว ราวปุยฝ้าย ส่ายเสียดกัน         ลู่ลดหลั่น แลละลิ่ว พลิ้วล้อลม
                  ๐ เรือลำน้อย อ้อยอิ่งเคลื่อน เลื่อนเรื่อยล้า   สุคนธา ทั่วถิ่นฟาก ฝากกลิ่นฉม*
                  เมฆสีขาว พราวแผ่นฟ้า น่าชื่นชม             สุดภิรมย์ พิมพ์ภาพลักษณ์ สลักจินต์
                  ๐ ดงดอกอ้อ ริมโขงงาม วาบหวามจิต       เพลินพินิจ พิศแล้วฝัน พลันถวิล
                  ประไพพักตร์ มีลักยิ้ม ปริ่มโสภิณ             เทียบทั่วถิ่น สิ้นใครเท่า ที่เจ้างาม
                  ๐ ยามเราสอง ล่องเลียบฝั่ง ยังจำได้           ต่างชิดใกล้ ใต้จันทร์นวล ชวนวาบหวาม
                  พิณพลิ้วแผ่ว เพียงลมผ่าน ซ่านซึ้งตาม      ในนิยาม ความรักที่ มีต่อกัน
                 ๐ ต่างยืนยัน คำสัญญา ว่าแน่นหนัก            แม้นานสัก อสงขัย ยังไม่หวั่น
                  เอาหัวใจ เราทั้งสอง คล้องผูกพัน               กับแสงจันทร์ อันอำไพ ในราตรี
                  ๐ จากวันนั้น ถึงวันนี้ หลายปีแล้ว             ไร้วี่แวว ว่าน้องมา พบหน้าพี่
                  ไม่เคยคิด ไม่เคยฝัน ว่าวันนี้                       จะได้มี โอกาสกลับ ประดับใจ ...เธอ !









วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2562